ห้องแห่งความลับ

 

....ยังไม่ลืมค่ะ....

ว่าโดน Tag มาหลายวันแล้ว

จาก

http://bankie_benzie.diaryclub.com/

http://atomboy.diaryclub.com/

http://lovelieken.diaryclub.com/

http://titankid.diaryclub.com/

 

โดนมา 4 เด้งยังงี้

ต้องเขียน 20 ข้อรึเปล่าเนี่ย 555

 

ห้องแห่งความลับ

 

ก่อนจะอ่านขอเตือนนิดนึงนะคะ

ว่ามันมีหลายเรื่องหลายอารมณ์มากๆ

กรุณาจูนช่องให้ทันด้วยค่ะ 555

 

-1-

 

เรื่องนี้น่ากลัวมาก

ผู้ปกครองทุกคนควรอ่านไว้เป็นอุทธาหรณ์ค่ะ

.....

.....

ตอนเด็กๆปอเป็นเด็กที่สระผมยากมาก

ถ้าน้ำโดนหน้าโดนตาจะร้องกรี๊ดๆยังกับโดนน้ำร้อนลวกประมาณนั้น

คนเดียวที่ปอไว้ใจให้สระผมให้ได้ก็คือคุณแม่

คนอื่นไม่เอาเลย

เวลาแม่สระผมให้ปอก็จะนอนหงายหนุนตักแม่

ต้องท่านี้เท่านั้นด้วย

.....

.....

เป็นอย่างนี้อยู่หลายปี

พอตอนประถมต้นแม่ก็เริ่มหัดให้ปอสระผมเองได้

โดยแม่สอนว่าเวลาล้างผมให้ยืนเงยหน้า

แล้วเอาฝักบัวรดให้น้ำไหลไปข้างหลัง

แม่เคยสงสัยอยู่หลายครั้งเหมือนกัน

ว่าทำไมปอถึงกลัวน้ำโดนหน้าขนาดนั้นแต่ก็ไม่เคยถาม

แล้ววันนึงปอก็เล่าให้แม่ฟังถึงสาเหตุของความกลัวน้ำขั้นรุนแรง

.....

.....

ตอนที่ยังปอยังเด็กมากๆน่าจะอายุประมาณน้องนนท์นี่แหละ

มีพี่เลี้ยงคนนึงที่แม่จ้างมาเลี้ยงที่บ้าน

ภาพที่ติดตามาจนถึงทุกวันนี้ก็คือ

เวลาพี่เลี้ยงสระผมให้ปอ

พี่เลี้ยงจะจับนอนหงายหนุนตักเหมือนที่ปอนอนหนุนตักแม่นั่นแหละ

แต่เวลาล้างผมนี่สิ

พี่เลี้ยงจะจับหัวปอกดไปในถังน้ำ

แล้วขยี้ๆผมให้แชมพูออกหมดก่อนถึงค่อยดึงหัวขึ้นมา

คิดดูแล้วกันค่ะว่าเด็กอายุ 3-4 ขวบ

กลั้นหายใจก็ยังไม่เป็น

เกือบจะต้องตายมาหลายครั้ง

ยังจำได้แม่นเลยว่าถังน้ำน่ะใบสีเขียวอ่อนๆ

ตอนนั้นไม่กล้าเล่าให้แม่ฟังเพราะพี่เลี้ยงขู่ไว้

ตอนโตขึ้นที่มาเล่าให้แม่ฟังเนี่ย

จำได้ว่าแม่นั่งฟังน้ำตาไหลเป็นทางเลยค่ะ

 

-2-

 

เรื่องนี้มาเปลี่ยนอารมณ์กันหน่อยดีกว่านะคะ

.....

.....

ช่วงปิดเทอมตอน ป.6

ด้วยความที่พ่อกับแม่อยากให้ลูกได้มีประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ

ก็เลยอยากให้ปอกับพี่ปลาไปเที่ยวต่างประเทศเป็นครั้งแรกในชีวิต

ประเทศใกล้ๆที่นิยมไปกันตอนนั้นก็คือมาเลเซียกับสิงคโปร์

ต้องนั่งรถทัวร์ตลอดทางใช้เวลาไป-กลับ 10 กว่าวัน

พ่อกับแม่ไปด้วยไม่ได้เพราะต้องทำงาน

ก็เลยส่งปอกับพี่ปลาไปกับคุณยาย คุณป้า แล้วก็ลูกพี่ลูกน้องอีกคนนึง

ด้วยความที่ปอเป็นเด็กขี้เกรงใจมาก ไม่ค่อยพูดกับคนที่ไม่สนิท

และก็ไม่เคยไปไหนโดยไม่มีแม่เลยด้วย

ทำให้การไปเที่ยวครั้งนี้ค่อนข้างมีปัญหาเวลาปวดฉี่

เพราะเกรงใจที่จะบอกผู้ใหญ่

ปอก็เลยจะนั่งอั้นฉี่ไว้

จนกว่าจะถึงที่แวะพักให้เข้าห้องน้ำถึงจะได้ไปปลดทุกข์ทุกครั้งไป

.....

.....

ตลอดเวลา 10 กว่าวันทุกอย่างก็ราบรื่นดี

จนกระทั่งวันสุดท้ายที่ต้องนั่งรถทัวร์กลับค่อนข้างยาวนานมาก

ระหว่างทางปอก็เริ่มปวดฉี่ขึ้นมา

ผ่านไปอีก 10 กิโลก็ยังนั่งอดทนอยู่ว่าเมื่อไหร่คนขับจะแวะพักซักที

แต่แล้วรถก็วิ่งกระแทกเหลือเกินวุ้ย

เกิดอาการทนไม่ไหวอีกต่อไป

และด้วยความเป็นคนมีไหวพริบก็เลยเกิดไอเดียปิ๊งขึ้นมา 555

.....

.....

แต่ก่อนเบาะรถบัสยังเป็นเบาะพลาสติคอยู่

ไม่มีแบบกำมะหยี่นิ่มๆเหมือนสมัยนี้หรอก

เบาะจะเป็นเหมือนแอ่งบุ๋มๆลงไปนิดหน่อย

ปอก็เลยคิดได้ว่า

ถ้าเรานั่งฉี่ลงไปในแอ่งนี้มันก็จะไม่เป็นไร

เพราะด้วยความที่มันเป็นแอ่งอยู่ มันก็จะไม่ไหลออกไปไหนแน่ๆ

และจะไม่มีใครรู้หรอกว่าเราฉี่ (คิดได้งัยไม่รู้ 5555)

.....

.....

และแล้วแผนการชั่วร้ายก็เริ่มขึ้น

.....

.....

ฉี่

.....

.....

เฮ้อ....โล่ง

.....

.....

ซักพักนึง

.....

.....

จ๊อกๆๆๆๆๆๆๆ

.....

.....

"เฮ้ย...ฉี่ใครอ่ะ"

เสียงลูกพี่ลูกน้องซึ่งนั่งอยู่ข้างหลังปอตะโกนขึ้นมา

เพราะฉี่มันไหลไปใส่เท้าเค้าเต็มไปหมด

555 ขอบอกว่าสะดุ้งตัวเย็นวาบเลยค่ะ

แล้วเค้าก็หาตัวการกันได้แบบง่ายดายและ โค-ตะ-ระ อาย

เค้ารู้กันทั้งรถทัวร์

คนขับต้องจอดให้แวะปั๊มข้างทาง

คุณยายพาปอลงไปเปลี่ยนกางเกง

คนทั้งรถทัวร์นั่งรอพร้อมดมกลิ่นฉี่ฟุ้งไปทั้งคัน

.........สุดที่จะบรรยาย..........

.........และก็สุดที่จะอาย..........

 

ห้องแห่งความลับ

 

-3-

 

กลับมาโหมดระทึกอีกรอบนะคะ

เรื่องที่ 3 เกิดขึ้นตอนปออยู่ ม.5 ค่ะ

แตกเนื้อสาวแล้วนะคะ สวยด้วยค่ะ คริคริ

.....

.....

ตอนช่วงปิดเทอมใหญ่ปีนั้น

เพื่อนมาชวนปอไปช่วยงานร้านอาหารของโรงเรียนที่งานกาชาด

ทางโรงเรียนมีรถรับ-ส่งให้กับนักเรียนที่ไปช่วยงานทุกคน

โดยรถตู้แต่ละคันจะมีอาจารย์ไปกับรถด้วย 1 คน

เพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับเด็กๆ

เพราะอย่างที่รู้ๆกันค่ะว่างานกาชาดเลิกดึกมาก

.....

.....

2-3 วันแรกทุกอย่างผ่านไปด้วยดี

พอวันที่ 4 ทุกอย่างก็ยังปกติ

จนกระทั่งถึงเวลาขึ้นรถตู้กลับบ้าน

สายที่ปอนั่งจะไม่ค่อยมีเด็กมากนัก

และปอก็จะเป็นเด็กคนสุดท้ายของสายนั้นทุกคืน

แต่ก็ไม่กลัวหรอกเพราะเป็นรถโรงเรียนที่มีอาจารย์นั่งไปด้วย

คืนวันที่ 4 นั้นมีอาจารย์หน้าใหม่ขึ้นรถมาด้วย

เป็นอาจารย์หนุ่มที่เพิ่งเข้ามาสอนวิชาสังคมเทอมนี้เอง

ตอนขึ้นรถปอก็แปลกใจนิดหน่อยที่อาจารย์มานั่งข้างๆ

ทั้งๆที่ยังมีที่ว่างบนรถอีกตั้งเยอะ

แต่ด้วยความที่เป็นคนขี้เกรงใจและไม่คิดอะไรมาก

ก็เลยไม่ได้เอะใจอะไร

.....

.....

รถวิ่งไปได้ค่อนทาง

เพื่อนลงไปกันหมดแล้ว

อยู่ดีๆระหว่างที่ปอกำลังนั่งมองวิวนอกรถอยู่

ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติ

พอมองลงไปก็เห็นมือขวาของอาจารย์วางอยู่ที่บนขาซ้ายของปอ

ตอนนั้นบอกความรู้สึกไม่ถูกจริงๆ

ตกใจ หวาดกลัว พูดไม่ออก บอกไม่ถูก

กลัวที่จะร้องและก็ไม่กล้าที่จะปัดมืออาจารย์ออกด้วย

เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอันตรายกับตัวเองรึเปล่า

.....

.....

ตอนนั้นได้แต่นั่งลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านซักที

แล้วก็ไม่นานเกินรอ

ตอนที่อาจารย์เริ่มที่จะไม่วางมือไว้เฉยๆ

แต่กลับลูบหน้าขาไปๆมาๆด้วย

ก็ถึงหน้าบ้านพอดี

.....

.....

ตอนลงรถได้รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก

รีบวิ่งเข้าบ้านไปทันที

และหลังจากนั้นก็ไม่ไปงานกาชาดคืนต่อไปอีก

แล้วปีนั้นปอก็สอบเทียบและเอ็นทรานซ์ติดพอดี

ก็เลยไม่ต้องเจอไอ้อาจารย์เลวๆคนนี้อีกเลย

.....

.....

เรื่องนี้ยังไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยจนถึงทุกวันนี้

นึกถึงทีไรก็ยังรู้สึกแย่ๆอยู่

โรงเรียนก็ดัง อาจารย์แต่ละคนก็คัดมาอย่างดี

ทำไมไอ้อาจารย์คนนี้ถึงมาอยู่ได้ก็ไม่รู้

ใครมีลูกสาวต้องคอยสอนลูกด้วยนะคะ

มีเรื่องอะไรต้องอย่ากลัวที่จะเล่าให้พ่อกับแม่ฟัง

ปอยังโชคดีที่ไม่ต้องเรียนต่อที่โรงเรียนเดิมพอดี

ไม่อย่างนั้นก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง

สังคมสมัยนี้ยิ่งน่ากลัวกว่าสมัยก่อนอีก

ชุดนักเรียนก็ไม่สามารถป้องกันสัตว์ในคราบคนได้หรอกค่ะ

 

-4-

 

เรื่องนี้ไม่เอาเครียดๆแล้วค่ะ

 

ห้องแห่งความลับ

 

ตอนเข้ามหาวิทยาลัยได้ใหม่ๆ

ที่แผนกพาไปรับน้องที่ต่างจังหวัด

นึกอารมณ์ออกกันมั้ยคะ

เพื่อนๆก็ใหม่ พี่ๆก็ใหม่ บรรยากาศก็ใหม่ ทุกอย่างยังดูเกร็งๆไปหมด

ตอนขึ้นรถทัวร์ปอก็เลือกนั่งกับเพื่อนคนนึงซึ่งดูท่าว่าจะพอเข้ากันได้

เพื่อนคนนี้ชื่อแอร์ค่ะ

นั่งคุยกันไปอย่างเกร็งๆซักพัก

แต่แล้วอยู่ดีๆปอก็รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก

เกิดอะไรขึ้นรู้มั้ยคะ

.....

.....

คือว่า

.....

.....

ตะขอเสื้อยกทรงมันหลุดอ่ะค่ะ 555

.....

.....

พอดีว่าปอได้นั่งติดกระจก

ก็เลยหันหลังเข้ากระจกแล้วพยายามติดตะขออยู่โดยไม่ถลกเสื้อขึ้นมา

ทำยังไงก็ไม่สำเร็จซักที

ในที่สุดก็ต้องรบกวนแอร์ให้เป็นธุระให้หน่อย

.....

.....

เพื่อนที่แสนดีก็ช่วยดูตะขอเสื้อให้

แล้วก็บอกว่า

"มันติดไม่ได้หรอกปอ เพราะมันไม่ได้หลุด แต่มันขาดเลยอ่ะ"

55555

ก็เห็นเค้าบอกกันมาว่าเวลาไปรับน้องเนี่ยจะเลอะเทอะไปทั้งตัว

ให้ใส่เสื้อผ้าเก่าๆไป

ปอก็เตรียมเก่าสุดๆแบบกะใส่แล้วทิ้งไปเลยงัยคะ 5555

.....

.....

สุดท้ายแอร์ก็ไปหาเข็มกลัดมาติดให้เรียบร้อย

หลังจากนั้นเราทั้งคู่ก็คุยกันได้อย่างออกรสมากขึ้น

ไม่มีการเกร็งหรือระวังคำพูดทุกคำเหมือนตอนแรก

เป็น ice breaking ที่เวิร์คมากๆเลยเห็นมั้ยคะ

ใครจะเลียนแบบก็ได้นะคะ ไม่ว่ากัน 5555

 

ห้องแห่งความลับ

 

-5-

 

ช่วงหนึ่งของชีวิต

ด้วยน้ำพักน้ำแรงของพ่อกับแม่

ปอก็มีโอกาสได้ไปเรียนที่อเมริกาโดยอยู่ที่ชิคาโกซึ่งเป็นเมืองหนาว

หน้าหนาวปีนั้นเพื่อนๆก็ชวนกันไปเล่นสกีที่วิสคอนซิน

ด้วยความอยากลองเหมือนกันว่ามันจะสนุกแค่ไหนก็เลยไปกับเค้าด้วย

ตอนแรกก็ยังเล่นอยู่ที่เนินแรกซึ่งเป็นเนินเตี้ยๆสำหรับฝึกหัด

ผ่านไปวันกว่าๆก็เริ่มจะกล้าและลองเล่นเนินที่สูงขึ้น

จนกระทั่งวันที่ 3 เพื่อนก็ชวนขึ้นไปเล่นเนินที่สูงขึ้นไปอีก

ซึ่งเนินนี้จะชันมากจนต้องนั่งกระเช้าขึ้นไปบนยอดแล้ว

จริงๆเพื่อนก็เป็นมือใหม่เพิ่งเริ่มเล่นมาด้วยกัน

แต่รู้สึกจะใจถึงกันจังวุ้ย

.....

.....

หลังจากนั่งกระเช้ากันขึ้นไปถึงยอดเนิน

ก็ถึงเวลาตั้งสติ รวบรวมความกล้า และถลาลงมา

เนินที่เราจะถลาลงมากันจะอยู่ด้านล่างของกระเช้าพอดี

ดังนั้นคนบนกระเช้าก็จะมองลงมาเห็นคนที่เล่นสกีอยู่ได้ชัดเจน

และแล้วอ้ายเจ้าเพื่อนใจกล้ามานก็ไถลลงไปแล้วทีละคนๆ

จนสุดท้ายก็ถึงคิวของปอที่ยังรวบรวมความกล้าไม่เสร็จดีนัก

.....

.....

ฟิ้ว

.....

.....

ลงมาแล้วค่ะ

.....

.....

ด้วยความเร็วสูงมาก

.....

.....

เงยหน้ามองไปเห็นเพื่อนล้มขวางทางอยู่ข้างหน้า

.....

.....

หยุดยังไงเนี่ย

.....

.....

จะชนแล้ว ทำยังไงดี

.....

.....

และตอนนั้นปอก็เลยตัดสินใจเหวี่ยงตัวให้ล้ม

เพื่อที่จะได้ไม่ชนเพื่อนที่ขวางอยู่

.....

.....

ตุ้บๆๆๆๆ

.....

.....

กลิ้งยังกับลูกขนุนลงเนินมาด้วยความเร็วสูงเหมือนเดิม

ความรู้สึกตอนนั้นคือ

หิมะมันไม่ได้นิ่มแบบที่เห็นเลยฟระ 555

ตอนที่คิดก็ยังกลิ้งอยู่เลยนะ

สุดท้ายก็หยุดกลิ้งได้ก่อนถึงตัวเพื่อนนิดเดียว

พอเงยหน้าขึ้นมา

ก็เห็นสกีตัวเองหลุดกระเด้งกระเด็นกระดอนลงเนินไปข้างนึง

แล้วพอเงยหน้าขึ้นไปดูบนกระเช้า

ก็เห็นตาฝรั่งหลายสิบคู่กำลังมองมาที่อ้ายหน้ากะเหรี่ยงอย่างเรา

บางคนก็ขำ บางคนก็ดูเหมือนเป็นห่วง

แต่ส่วนใหญ่จะขำกันอ่ะจิ

เค้าคงนึกกันว่าอ้ายกะเหรี่ยงนี่เล่นไม่เป็นแล้วยังซ่าส์อีกมั๊ง 555

 

ห้องแห่งความลับ

 

จบภารกิจเรื่อง Tag แล้วนะคะ

ขออนุญาตผิดกฏไม่ Tag ต่อนะคะ

เพราะท่าทางจะโดนกันถ้วนหน้าแล้วเนอะ

อย่าลืมนะคะ

ความลับก็ต้องเป็นความลับ

ห้ามบอกต่อ ห้ามเอามาล้อด้วย

อ่านแล้วก็อย่ามัวแต่ขำอย่างเดียว

เอาเรื่องที่มีสาระไปเป็นอุทธาหรณ์ด้วยนะคะ 5555

 

 

     Share

<< ปฏิทินเด็ก 2007เด็กดี (ผิดปกติ) >>

Posted on Thu 18 Jan 2007 1:00

 

 
  
 






Wallpaper Tag
พลทหารนนท์ ภาค 2
พลทหารนนท์ ภาค 1
คำขอร้องจากลูกชาย
วันเที่ยว
บ้านเราก็จีนเหมือนกัน
วาเลนไทน์กับผู้ชายคนนี้
ดนตรีในสวน
งานโรงเรียน
แมวตาย
ธุระ
ทัวร์ใจง่าย
ตลกเด็ก
ผลสอบ
เรื่องขี้ๆ
ฝันที่เป็นจริง
วัดแววความเป็นศิลปิน
ทำฟัน
เด็กดี (ผิดปกติ)
ห้องแห่งความลับ
ปฏิทินเด็ก 2007
อิ่มบุญต้นปี
มุสาวาทา
อิอิ ขำขำ
เดินสายมีทติ้ง
++ H A P P Y ++
ยักยอกของหลวง
ปากหวาน
พี่ยาม
Merry Christmas กับกวางน้อย
เรื่องไม่เข้าใครออกใคร
อ้อมจัง
พรหมลิขิต
เฮียนนท์
อาทิตย์สดใส หัวใจอิ่มบุญ
เวลา VS การเรียนรู้
สุขสันต์วันพ่อ
เพื่อนใหม่จากหน้าไดอารี่
บทเรียนของชีวิตคู่



Comments




Post Comment

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn