ผลสแกนลายนิ้วมือ

 

ว่าจะเขียนเรื่องนี้เก็บไว้ให้หนูอ่านตั้งนานแล้ว

แต่ก็ลืมทู๊กที

วันนี้ไม่ลืมแล้วก็ต้องรีบเขียน

ไม่งั้นเดี๋ยวลืมอีกว่าจะเขียน แล้วก็จะลืมเขียนอีก 5555

 

+++++

 

ด้วยคำแนะนำของน้าเจตน์แห่งบ้านแพะ

มาม๊าก็เลยจับหนูไปสแกนลายนิ้วมือเมื่อปลายเดือนกันยายนปีที่แล้ว

จุดประสงค์ก็เพื่อที่จะได้รู้ถึงพื้นฐานสมองและการเรียนรู้ของหนูให้มากขึ้น

เราจะได้ส่งเสริมหนูในด้านต่างๆได้อย่างถูกทางกว่านี้

ค่าใช้จ่ายในการสแกน 6,000 บาท

นอนคิดคนเดียวอยู่หลายคืนก็ยังรู้สึกว่าแพงจัง

แต่พอไปปรึกษาปะป๊าว่าจะไปทำดีมั้ย

ปะป๊ากลับบอกว่าทำไปเลยไม่เห็นแพง

ไม่ใช่ว่ามีตังค์เหลือเฟือ

แต่ลองเทียบกับการที่เราส่งลูกไปเรียนดนตรี ศิลปะ กีฬา ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆสิ

ลูกไปเรียนแล้วจะชอบหรือเอาจริงเอาจังแค่ไหนก็ยังไม่รู้

ถ้าไปสแกนแล้วรู้ความชอบของลูกได้จริงก็ถูกกว่าไปเสียค่าเรียนแบบนั้นตั้งเยอะ

เออ.....ก็จริงของปะป๊าแฮะ

 

ผลสแกนลายนิ้วมือ

 

วันสแกนหนูไปกับลุงปลาแล้วก็มาม๊า

ในห้องสแกนมีคนสิงคโปร์ 2 คน

ตอนแรกหนูดูกลัวๆเค้าแต่พอเค้าถามว่า What is your name?

หนูก็ตอบเบาๆว่า "น้องนนท์"

5555 เกือบใช้ได้แล้วลูก

ถึงจะพูดคนละภาษาแต่อย่างน้อยก็ตอบตรงกับที่เค้าถามล่ะฟระ 5555

 

ผลสแกนลายนิ้วมือ

 

เหมือนจะกลัวแต่พอเห็นอุปกรณ์ที่ใช้สแกนของเค้าก็คงลืมกลัว

หนูไปนั่งนิ่งๆให้เค้าถ่ายรูปแล้วก็สแกนนิ้วทีละนิ้วอย่างสนอกสนใจ

หลังจากนั้น 1 เดือนก็ให้พ่อกับแม่ไปฟังผลสแกน

พร้อมกับรับสมุดรายงานผลมาเก็บไว้เป็นข้อมูลต่อไป

ดูหน้าตาเด็กบนหน้าปกตอนกลัวคนต่างชาติสิ 5555

 

ผลสแกนลายนิ้วมือ

 

วันฟังผลมาม๊าไปกับปะป๊า 2 คน

ผลที่ออกมาจะแบ่งเป็น 4 ด้าน ดังนี้

 

1) Multiple Intelligence

2) Left vs. Right Brian Bias

3) Learning Style

4) Learning & Communication Character

 

ผลสแกนลายนิ้วมือ

 

ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นสิงคโปร์ถามมาม๊ากับปะป๊าคำถามแรกเลย

ว่าคุณคิดว่าลูกคุณเป็นเด็กที่ดื้อมากกว่าซน หรือว่าซนมากกว่าดื้อ

ทั้งมาม๊าและปะป๊าตอบเหมือนกันคือ

"ดื้อมากกว่าซน"

เค้ายิ้มแล้วก็บอกว่าเราคิดผิดแล้ว

หนูน่ะเป็นเด็กที่ไม่ดื้อเท่าไหร่หรอก แต่ว่าซนมากๆ เรียกได้ว่าแทบจะไม่เคยอยู่นิ่งเลย

เนื่องจากหนูเป็นเด็กที่ใช้สมองซีกขวามากกว่าซีกซ้าย

เด็กที่ใช้สมองซีกซ้ายมากกว่าจะเป็นเด็กที่มีเหตุมีผล มีหลักการ มีการวางแผนที่ดี

แต่ข้อเสียก็คือมักจะเป็นเด็กที่ดื้อ ไม่ยืดหยุ่น และไม่ค่อยยอมรับความเห็นของคนอื่น

ส่วนเด็กที่ใช้สมองซีกขวามากกว่าจะเป็นเด็กที่มีจินตนาการสูง ช่างคิด เข้าใจง่าย

ส่วนข้อเสียก็คือเป็นคนอ่อนไหว และใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลในการตัดสินใจ

 

ผลสแกนลายนิ้วมือ

 

และจากแถบสีแดงด้านล่างซึ่งแสดงถึงพื้นฐานสมองของหนู

จะเห็นว่าแท่งที่สูงที่สุดคือ Creative Ability กับ Operating  Ability

ซึ่งก็หมายความว่าหนูเป็นเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง

และมีความสามารถในการเคลื่อนไหวและควบคุมร่างกายสูง

พูดง่ายๆก็คือช่างคิดและซน (ชิบเป๋ง) นั่นเอง 555

 

+++++

 

ส่วนต่อมาเป็น Multiple Intelligence ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 8 ด้าน

 

1) Logical - Mathematics Intelligence : ตรรกะและคณิตศาสตร์

2) Linguistic Intelligence : ภาษาและการสื่อสาร

3) Intrapersonal Intelligence : การเข้าใจตนเอง

4) Interpersonal Intelligence : การเข้าใจผู้อื่นและมนุษยสัมพันธ์

5) Bodily - Kinesthetic Intelligence : ร่างกายและการเคลื่อนไหว

6) Visual - Spatial Intelligence : มิติสัมพันธ์และการสร้างจินตภาพ

7) Musical Intelligence : ดนตรีและจังหวะ

8) Naturalist Intelligence : การเข้าใจธรรมชาติ

 

ผลสแกนลายนิ้วมือ

 

ผลที่ออกมาแสดงให้เห็นว่า

ข้อ Interpersonal ของหนูนั้นสูงที่สุด

ซึ่งก็หมายความว่า

หนูเป็นเด็กที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้าใจความรู้สึกผู้อื่น สังเกตุอารมณ์คนอื่นได้ดี

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าถ้ามาม๊าอารมณ์เสีย

หนูก็จะสามารถจับอารมณ์ของมาม๊าได้โดยไม่ต้องบอก (จริงเหรอฟระ??)

มาม๊าถามเพิ่มเรื่องมนุษยสัมพันธ์ของหนู

เพราะเท่าที่สังเกตุดูเวลาหนูเจอคนแปลกหน้า

หนูจะมุดๆมาม๊าและดูกลัวๆซะมากกว่าจะวิ่งเข้าใส่

แต่พอผ่านไปซักพักก็จะไปคุยเล่นกับคนแปลกหน้าได้อย่างสนิทสนม

ผู้เชี่ยวชาญก็เลยเปิดกราฟแดงๆหน้าก่อนให้ดูอีกครั้ง

แล้วอธิบายว่าเนื่องจากกราฟแดงๆแท่งสุดท้ายของหนู

ซึ่งก็คือ Observation Ability ที่ค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน

มันแสดงให้เห็นว่าหนูเป็นเด็กที่ไม่วิ่งเข้าใส่ใคร

แต่จะแอบสังเกตุพฤติกรรมของคนๆนั้นก่อนว่ามาดีหรือร้าย

ถ้าดีก็จะถือว่าผ่านแล้วก็สนิทสนมกับเค้าได้ทันที

  

ผลสแกนลายนิ้วมือ

 

ในสมุดรายงานผลระบุไว้ว่า

แท่งที่ยาวที่สุด 4 แท่งถือว่าเป็นความสามารถที่โดดเด่นของหนูซึ่งก็คือ

 

อันดับ 1 : Interpersonal

อันดับ 2 : Bodily - Kinesthetic

อันดับ 3 : Logical - Mathematics และ Musical

อันดับ 4 : Visual - Spatial

 

ส่วนแท่งที่สั้นที่สุดคือ Intrapersonal ซึ่งก็ไม่ได้ถือว่าต่ำจนเกินไป

แต่ก็แสดงให้เห็นว่าหนูมีข้อด้อยเรื่องความเชื่อมั่นในตนเองและความเข้าใจตนเอง

พ่อแม่ก็สามารถช่วยส่งเสริมได้ด้วยการแสดงความชื่นชมเวลาหนูทำสิ่งต่างๆได้เอง

ให้หนูได้แสดงความคิด/ความรู้สึกของตนเองและพยายามเชื่อมั่นในสิ่งที่หนูทำ

ค่อยๆเพิ่มเข้าไปทีละนิดจนกว่าจะไม่เป็นข้อด้อยในที่สุด

 

+++++

 

ข้อนี้เป็นคำตอบของคำถามที่มาม๊าเคยสงสัยมานานแล้ว

ตอนที่มาม๊าส่งหนูไปเรียนดนตรีที่มหิดล

หนูเป็นเด็กคนเดียวที่ไม่สามารถเข้าไปเรียนในห้องโดยไม่มีพ่อแม่เข้าไปด้วยได้

ตลอดเวลา 3 เดือนที่มาม๊าต้องเข้าไปเรียนกับหนูทั้ง 12 ครั้ง

มาม๊าเองก็หงุดหงิดและสงสัยเหมือนกันว่าทำไมเด็กคนอื่นไม่มีปัญหาเรื่องนี้กันเลย

พอมาม๊ารู้ผลข้อนี้แล้ว

มาม๊าก็เลยคุยกับปะป๊าว่าเราจะไม่ส่งลูกไปเรียนพิเศษที่ไหนอีก

จนกว่าหนูจะมีความเชื่อมั่นในตนเองและมีความพร้อมมากกว่านี้

 

ผลสแกนลายนิ้วมือ

 

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าในภาพรวมแล้ว

กราฟของหนูไม่มีด้านไหนที่ต่ำเกินไปเลย

ดังนั้นด้วยพื้นฐานสมองที่มีมาแต่กำเนิด

หนูสามารถเรียนรู้ได้ทุกด้านทุกสาขาอาชีพ

โตขึ้นจะเป็นอะไรก็คงเรียนได้แบบไม่ต้องเคี่ยวเข็ญมากนัก

แต่ที่สำคัญคือพ่อแม่ต้องไม่บังคับ

ต้องให้หนูเป็นคนเลือกเอง

เพราะด้วยการใช้สมองด้านขวาที่มากกว่าด้านซ้าย

ถ้าพ่อแม่บังคับหนูก็คงจะเรียนไปให้พ่อแม่จนจบได้

แต่สุดท้ายหนูก็อาจจะไม่ประกอบอาชีพตามที่เรียนมา

แต่กลับจะไปทำงานในด้านที่ตัวเองชอบมากกว่านั่นเอง

 

+++++

 

ส่วนเรื่อง Learning Style ของหนู

ในสมองส่วนหน้าซึ่งควบคุมพฤติกรรมและลักษณะนิสัยที่โดดเด่นนั้น

ผลออกมาคือ

หนูเป็นเด็กที่มี Phychological Capability สูงกว่า Planning Capability

ดังนั้นหนูจะเป็นเด็กที่ชอบเสี่ยง มีความกล้าและความมั่นใจในการกระทำ

และจะมีคำถามว่า "ทำไม" ในทุกๆสิ่งที่ตัวเองต้องทำ

 

ผลสแกนลายนิ้วมือ

 

วิธีการเรียนรู้ที่เหมาะกับหนูนั้น

คือการเรียนรู้แบบให้ลงมือปฏิบัติหรือทดลอง

ซึ่งจะได้ผลมากกว่าที่จะให้หนูนั่งฟังหรือมองภาพอย่างเดียว

ดังนั้นถ้านำเอาผลข้อนี้ไปสัมพันธ์กับผลข้ออื่นๆที่ผ่านมาแล้ว

ก็พอจะได้ภาพเลาๆว่า

 

ด้านกีฬา - หนูจะชอบกีฬาที่ค่อนข้างเสี่ยง ใช้ความเร็ว ใช้แรงเยอะๆ

ด้านดนตรี - หนูจะชอบเครื่องดนตรีที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายมากๆ

หรือใช้แรงเยอะๆในการเล่น เช่น กลอง ฉาบ หรือเครื่องตีทั้งหลาย

ด้านศิลปะ - หนูจะชอบศิลปะที่ต้องลงมือทำ เช่น การปั้น การแกะสลัก เป็นต้น

 

เรื่องชอบความเสี่ยงเนี่ยมาม๊าก็เห็นมาแล้วเหมือนกัน

เพราะหนูชอบเล่นไฟเป็นชีวิตจิตใจ

ไม่กลัวเลยที่จะจุดไฟ จุดธูป นั่งเล่นเทียน ไม่ว่ามาม๊าจะดุไปแล้วกี่ครั้งก็ตาม

 

ผลสแกนลายนิ้วมือ

 

เรื่องสุดท้ายคือ Learning & Communication Character

หนูมีวิธีการเรียนรู้และสื่อสารแบบ Affective ซึ่งก็หมายความว่า

หนูจะเรียนรู้ได้ดีจากการยกตัวอย่าง

ดังนั้นในการสอนสิ่งใหม่ๆก็ควรจะยกตัวอย่างให้ฟังซึ่งจะได้ผลมาก

หรือจะกระตุ้นการเรียนรู้ด้วยการอ่านชีวประวัติของบุคคลสำคัญต่างๆก็ได้

เพราะหนูเป็นเด็กที่มี Role Model อยู่ในใจ

ถ้าเห็นใครแล้วติดใจก็จะฝังใจไปนานเลย

ดังนั้นถ้าอยากให้หนูเป็นอย่างไร

พ่อแม่ก็แค่ทำให้เป็นแบบอย่างเท่านั้นก็พอ

เช่น ถ้าอยากให้หนูเป็นเด็กมีระเบียบ พ่อแม่ก็แค่จัดห้องให้เป็นระเบียบ

ถ้าอยากให้หนูพูดเพราะ พ่อแม่ก็แค่พูดเพราะให้เป็นตัวอย่าง

หนูจะซึมซับสิ่งเหล่านี้ได้เองโดยง่าย

แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ

ถ้าเป็นสิ่งที่ไปในทางลบ หนูก็จะซึมซับได้ง่ายเช่นกัน

ดังนั้นพ่อแม่ต้องใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมและเพื่อนๆที่หนูคบให้ดีด้วย

 

ผลสแกนลายนิ้วมือ

 

เรื่องนี้ก็มีตัวอย่างมาอีกแล้วเช่นกัน

หนูไปที่ร้านแล้วเห็นลุงจันทร์สูบบุหรี่

หนูกลับบ้านมาเอากระดาษมาโรยแป้งแล้วมวนเป็นแท่งกลมๆ

ทำท่าคาบไว้แล้วพ่นปุ๋ยๆเหมือนลุงจันทร์เป๊ะเลย

และด้วยความที่ชอบเสี่ยง

บางครั้งก็เอาบุหรี่ปลอมของตัวเองไปจุดไฟจริงๆซะด้วย

เห็นแล้วมันน่าเบิร์ดกระโหลกจริงๆ >_<"

 

+++++

 

อีกตัวอย่างนึงก็เรื่องอาชีพพี่ยามในฝันของหนูนี่แหละ

เวลาเห็นพี่ยามที่ไหนหนูจะมองจ้องเค้านานมาก

แล้วก็กลับมาเลียนแบบพฤติกรรมว่าเค้าเดินยังไง โบกรถยังไง แต่งตัวยังไง

Role Model มีให้เลือกตั้งเยอะแยะ

ทำไมเลียนแบบมาแต่ละอย่างดีๆทั้งนั้นเลยลูกเอ๊ย 5555

 

ผลสแกนลายนิ้วมือ

 

อีกอย่างหนึ่งก็คือหนูเป็นเด็กที่จะไม่ป่าวประกาศเวลาทำอะไรได้สำเร็จมา

ไม่ใช่ว่าหนูไม่ตื่นเต้นกับความสำเร็จนั้น

หนูจะออกแนวเงียบแต่ก็ต้องการให้คนอื่นรับรู้และชื่นชมในความสำเร็จนั้นด้วย

ดังนั้นพ่อแม่ก็ต้องรับรู้และควรสร้างความภูมิใจให้หนูด้วยการชื่นชมและให้รางวัล

มาม๊าก็เลยเล่าให้ผู้เชี่ยวชาญฟังว่ามาม๊าทำสมุดเด็กดีให้หนูด้วย

เวลาหนูทำความดีก็จะได้แปะสติกเกอร์เป็นรางวัล

ผู้เชี่ยวชาญชมเปาะเลยว่าสมุดเด็กดีเนี่ยเหมาะกับหนูมากๆ

เพราะมันช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้มากขึ้น

และจากผลการสแกนแสดงให้เห็นว่า "รางวัล" มีผลกับการกระทำของหนูมากๆ

หนูจะรู้สึกว่าสมุดเด็กดีและสติกเกอร์แต่ละอันที่แปะลงไปเป็นสิ่งที่มีค่าจริงๆ

และในความจริงมันก็เป็นอย่างนั้น

เวลาหนูทำความดีแต่ละครั้ง

พอมาม๊าชมปุ๊บ หนูจะบอกเลยว่า "มาม๊าแปะติ๊กเกอร์ให้ด้วยนะ" ^^

 

+++++

 

สุดท้ายคือเรื่องการเล่นของหนูนี่แหละ

มาม๊าเล่าให้ผู้เชี่ยวชาญฟังว่าหนูชอบเล่นโดยเอาหนังสือมาต่อๆกันเป็นทางให้รถวิ่ง

แล้วก็เอากรวยมาตั้ง เอาไม้กั้นมาวาง ทำเป็นสะพานบ้าง ห้างสรรพสินค้าบ้าง

ที่จอดรถบ้าง หรือเป็นสถานที่อื่นๆบ้าง

เล่นแบบนี้ทุกวันโดยเปลี่ยนแบบการต่อไปทุกวัน

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเป็นการเล่นที่สร้างสรรค์มากๆ

แสดงให้เห็นถึงจินตนาการของหนู

แล้วก็แนะนำว่ามาม๊าควรจะถ่ายรูปแบบที่หนูต่อไว้ในแต่ละวัน

แล้วเอามาติดฝาผนังเพื่อให้หนูดูความคิดของตัวเองที่พัฒนาซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเวลาผ่านไปมากขึ้น

มันจะช่วยส่งเสริมให้หนูคิดและมีจินตนาการที่ล้ำลึกขึ้นเรื่อยๆ

เพราะหนูได้เห็นพัฒนาการของความคิดตัวเองที่แสดงออกมาจากการเล่นในทุกวัน

 

+++++

 

สรุปแล้วที่มาม๊าเคยสงสัยก่อนมาสแกนว่าหนูเป็นเด็กที่ดื้อมากกว่าซนนั้น

มาม๊าก็ได้คำตอบแล้วล่ะว่าหนูไม่ได้ดื้อนักหรอก

แต่ว่าทุกอย่างที่หนูทำต้องมีเหตุผลสนับสนุนเท่านั้นเอง

ดังนั้นเวลามาม๊าสอนก็ต้องพยายามยกตัวอย่างแล้วก็ให้เหตุผลประกอบการสอน

ว่าทำไมสิ่งนั้นถึงควรทำ สิ่งนี้ถึงไม่ควรทำ

ถ้าจับจุดได้อย่างนี้แล้วก็จะไม่รู้สึกว่าหนูดื้อนักหรอก -_-"

 

+++++

 

6,000 บาทถือว่าคุ้มมั้ย

สำหรับปะป๊าและมาม๊าถือว่าคุ้ม

แต่สำหรับพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกเองอย่างใกล้ชิดและมีจิตวิทยาดีอยู่แล้ว

ก็อาจจะรู้จักตัวตนของลูกและมีจิตวิทยาในการเลี้ยงลูกได้เองโดยไม่ต้องไปสแกน

ดังนั้นโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ 555

 

+++++

 

edit

18/01/08

 

ขอเพิ่มข้อมูลไว้ในหน้านี้แล้วกันนะคะ

สำหรับผู้ที่สนใจจะทำสแกนลายนิ้วมือแบบนี้

ลองเข้าไปดูรายละเอียดใน www.mindmax.biz ก่อนนะคะ

เค้าจะมีสัมมนาฟรีให้ไปฟังก่อนตัดสินใจทำด้วยค่ะ

เด็กๆทำได้ตั้งแต่เกิด

ผู้ใหญ่ก็ทำได้แต่อาจจะรู้สึกว่าไม่ค่อยตรงกับตัวเรา

เพราะผู้ใหญ่จะถูกหล่อหลอมด้วยการศึกษาและสิ่งแวดล้อมมาเยอะแล้ว

ทำให้สิ่งที่เราคิด เราเป็นในตอนนี้

ไม่ได้เกิดจากพื้นฐานสมองอย่างเดียวแล้วค่ะ

อ้อ....อีกอย่างนึง

ค่าใช้จ่ายรู้สึกว่าจะสูงขึ้นแล้วนะคะ (เท่าที่เห็นในเวป)

เรื่องนี้ก็ตัวใครตัวมันล่ะค่ะ 5555

 

 

 

     Share

<< พี่นนท์กับน้องนะจังผลอัลตร้าซาวด์ >>

Posted on Fri 18 Jan 2008 23:54

 

 
  
 






Return of the Monkeys !!!
เข้าที่เข้าทาง
กลับสู่ชีวิตปกติ
ปัญหาของคนเป็นพี่
ตัวเหลืองเป็นเหตุ
Welcome Home
วันที่ 3
วันที่ 2
ฉันรักเธอทั้งที่ไม่รู้จัก ฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
ใกล้เข้ามาทุกที
Update
เรื่องแปลกๆ
วันหยุดที่ผ่านมา
ฟันผุซะแล้ว
เรื่อยเปื่อย
พ่อลูกอลเวง
ระหว่างเรา
อาลัย
ผลอัลตร้าซาวด์
ผลสแกนลายนิ้วมือ
พี่นนท์กับน้องนะจัง
ซ่อมแล้วซ่อมอีก
ถวายพระพร
ของขวัญวันครบรอบแต่งงาน
เรื่องบนถนน
เทคนิคพี่รักน้อง
แม่ท้องจอมขี้เกียจ
"พี่"นนท์
คนแพ้ท้อง
ต้อนรับความเปลี่ยนแปลง
หนูอยากมีน้อง
บอดี้การ์ดหน้าจืด
ชีวิตคือการเปลี่ยนแปลง
ไข่เป็ดจอมยุ่ง
Cooking Class
หายแล้ว
ป่วย
ความอยาก
4 ขวบแล้วคร้าบ



Comments

ขอบคุณมากค่ะ กำลังคิดจะทำให้ลูกเหมือนกัน
คุณแม่ปอ   
Fri 12 Jun 2015 21:18 [1]




Post Comment

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn