เย็นวันอังคารที่แล้ว
มาม๊ารีบกลับมารับหนูไปทำฟัน
ครบกำหนด 6 เดือนที่หนูต้องไปเคลือบฟลูออไรด์อีกแล้ว

คราวนี้มาม๊านัดป้าหมอแอนที่หนูชอบ
ไม่เอาป้าหมอคนก่อนแล้วเพราะดุชะมัด
พอหนูเห็นว่าเป็นป้าหมอแอนก็ไม่กลัวเลย
เดินไปขึ้นเตียงทำฟันเองคนเดียว
ไม่ต้องให้มาม๊านั่งด้วยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ป้าหมอบอกให้ทำอะไรก็ทำตามอย่างว่าง่ายทุกอย่าง
ยิ่งพอป้าหมอหลอกล่อให้หนูกดปุ่มเลื่อนเก้าอี้ขึ้น-ลงเอง
อันนี้ยิ่งถูกใจเจ้านี่ใหญ่
พอป้าหมอเอามือเข้าไปตรวจในปาก
หนูก็บอกว่า
"กวิ่นเหมือนกับว่าเป็นถุงมือเวย"
ป้าหมอหัวเราะแล้วบอกว่า
"ใช่ๆๆ น้องนนท์เก่งจริงๆ กลิ่นถุงมือเนี่ยป้าหมอก็ไม่ชอบเลย
ไว้วันหลังป้าหมอจะบอกให้เค้าทำถุงมือกลิ่นสตรอเบอรี่ดีกว่าเนอะ จะได้หอมๆ"
หนูพยักหน้าแล้วก็นอนอ้าปากให้ป้าหมอตรวจต่อไป

ป้าหมอตรวจไปได้นิดเดียวก็ร้องอุทานเลย
"โอ้โห...ทำไมมาคราวนี้ขี้ฟันน้องนนท์เยอะจริงๆ ผิดกับคราวก่อนเลย"
แล้วป้าหมอก็เอาสำลีชุบน้ำยาสีชมพูแปร๊ดมาป้ายที่ฟันทั้งปาก
แล้วก็ให้หนูบ้วนน้ำพร้อมกับหันมาอธิบายให้มาม๊าฟัง
"เดี๋ยวพอบ้วนน้ำเสร็จถ้ามีสีชมพูเกาะอยู่เยอะแสดงว่าเป็นขี้ฟันทั้งนั้น
คุณแม่ต้องแปรงฟันให้น้องนนท์แรงๆนะคะ
เพราะถ้าแปรงเบาๆแล้วขี้ฟันจะไม่ออก
พอสะสมนานๆเข้าถึงใช้แปรงสีฟันธรรมดาก็จะไม่ออกแล้ว
ต้องมาให้หมอแปรงออกอย่างเดียว
เวลาคุณแม่แปรงไม่ต้องกลัวน้องนนท์เจ็บนะคะ
ยิ่งถ้าแปรงแล้วมีเลือดออกก็ยิ่งต้องย้ำตรงนั้นเยอะๆค่ะ"
อู๊ย....เอาให้เลือดกลบยังงั้นเลยนะคะคุณหมอ
แล้วก็เป็นไปตามคาด
สีชมพูไปทั้งปากเลยลูกเอ๊ย 555
คุณหมอค่อยๆแปรงฟันให้หนูจนสีชมพูหมดปาก
แล้วก็ให้บ้วนน้ำอีกครั้ง

นี่ขนาดมาม๊าพาหนูมาทำฟันทุก 6 เดือน
แล้วก็แปรงฟัน ฟรอส ขูดลิ้นให้ทุกวัน
มาคราวนี้ก็เจอฟันผุซี่นึงจนได้
ตรงเขี้ยวบนด้านหน้าซ้ายที่ติดกับเหงือก
ถ้ามองด้วยตาเปล่าก็ยังไม่เห็น
ป้าหมอบอกว่าแผลเล็กมากยังไม่อยากให้อุดเพราะกลัวว่าหนูจะร้อง
มาม๊ายังลังเลอยู่นิดนึงว่าจะให้อุดดีรึเปล่า
แต่พอป้าหมอบอกว่าถ้าอุดก็จะอุดสีขาวให้
มาม๊าก็เลยยืนยันให้ป้าหมออุดไปเลย
เพราะเดี๋ยวปิดเทอมหนูต้องไปอยู่ที่ร้านบ่อยๆ
คงไปกินท๊อฟฟี่เยอะอีกแน่ๆ
อีกใจนึงก็กะจะให้เจ้าตัวแสบเข็ดด้วย
ว่าเวลาอุดฟันมันเจ็บ
แล้วจะได้เลิกกินท๊อฟฟี่อย่างเด็ดขาดซักที
แผนมาม๊าชั่วร้ายมั้ยล่ะ กิกิ

ป้าหมอแอบมองหน้ามาม๊านิดนึงก่อนจะหยิบเครื่องกรอฟัน
คงต้องการสายตาคอนเฟิร์มจากมาม๊าว่าจะอุดจริงๆเหรอ
มาม๊าก็เลยพยักหน้าให้ป้าหมอลงมือได้เลย
ป้าหมอค่อยๆอธิบายให้หนูฟังว่าเครื่องกรอฟันกับเครื่องดูดน้ำลายมันเป็นยังไง
แล้วก็ลงมือกรอฟันเสียงดังจื๊ดๆๆ
มาม๊าเองก็ลุ้นตัวโก่งว่าหนูจะร้องมั้ย
จนลืมตัวก้มลงไปดูซะจนหน้าเกือบชิดกับต้นขาหนู
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเดี๋ยวเกิดหนูตกใจดิ้นแล้วขาจะเตะหน้ามาม๊า
ก็เลยค่อยๆยืดตัวขึ้นซึ่งก็เห็นฟันหนูถูกกรอเป็นรูไปเรียบร้อยแล้ว
หนูไม่ร้องเลยซักกะแอะ
แค่ทำหน้ายู่ยี่เพราะรำคาญสำลีที่ดันอยู่ที่เหงือกกับน้ำยาอุดฟันที่มันเปรี้ยวๆเท่านั้น

พออุดฟันเสร็จก็เคลือบฟลูออไรด์
หนูกัดฟันยางเคลือบฟลูออไรด์ไว้แล้วก็บอกว่า
"กวิ่นเหมือนกับเป็นวสส้มเวย"
อืม...เรื่องจมูกนี่ใช้ได้เลยนะลูก 555
ป้าหมอเอาเกมส์ตกปลามาให้เล่นแต่หนูไม่ค่อยสนใจแล้ว
ป้าหมอก็เลยเปลี่ยนเป็นเกมส์ลูกบิดแทน
พอครบตามเวลาก็เป็นอันเรียบร้อย
ป้าหมอย้ำกับหนูก่อนลงจากเตียงว่า
"น้องนนท์ต้องเลิกกินท๊อฟฟี่นะครับไม่งั้นฟันจะผุอีก
ถ้ากินก็ต้องกินน้ำตามเยอะๆหรือไม่ก็แปรงฟันด้วยนะครับ"
หนูพยักหน้ารับคำ
แล้วก็เดินไปให้ป้าหมอกอด 1 ทีพร้อมกับเลือกของเล่น
ป้าหมอชมเปาะเลย
"น้องนนท์โตขึ้นมากเลยค่ะคุณแม่ เก่งขึ้นมากด้วย
ไม่มีกลัวเลย ต้องให้เด็กคนอื่นมาดูเป็นตัวอย่างซะแล้ว"

จะดีใจหรือเสียใจดีเนี่ย
ตอนนั่งรถกลับมาบ้าน
มาม๊าลองถามหนูดู
มาม๊า : น้องนนท์อุดฟันเจ็บมั้ยครับ
นนท์ : ไม่เจ็บเยย วันหวังมาอุดฟันอีกนะมาม๊า
ป้าหมอให้น้องนนท์กดปุ่มเก้าอี้ด้วย น้องนนท์ชอบ
เฮ้อ....แผนไม่สำเร็จ
เจอหมอมีจิตวิทยาดีเกิน
นอกจากไม่เจ็บแล้วมานยังไม่กลัวฟันผุอีกแน่ะ 555
+++++
เพิ่งเห็นว่าคลีนิคเอาไดอารี่ที่มาม๊าเขียนถึงมาลงไว้ด้วย
เค้าโทรมาขออนุญาตมาม๊าตั้งนานจนลืมไปแล้ว
แวะมาดูอีกทีก็เห็นหน้าหนูแปะอยู่ในเวปซะแล้ว
แต่ส่วนลดไม่เห็นมีเลยค่ะ
เช็คบิลทีไรเหงื่อตกทุกที หุหุ
http://www.asavanant.com/PatientComment/PatientIndex.html
|