กำหนดจริงวันที่ 15
แต่สุดท้ายหนูก็เลือกวันเกิดของตัวเอง

รูปถ่ายคืนวันที่ 12 พฤษภาคม 2551
ตี 5 ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2551
มาม๊ารู้สึกปวดหลังร้าวไปถึงต้นขาทั้ง 2 ข้าง
ปวดจนทำให้ตื่นขึ้นมาทั้งๆที่ยังไม่อยากจะตื่น
พอจะข่มตาหลับใหม่ก็ปวดอีกระลอก
เอ๊ะ....ชักแปลกๆ
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงปวดแบบนี้ไปแล้ว 4 ครั้ง
อาการไม่ค่อยดีก็เลยรีบปลุกปะป๊าให้พาไปโรงพยาบาล
แต่ปะป๊าบอกว่าให้สังเกตอาการดูก่อนแล้วก็นอนพักให้มากๆ
เหลืออีกแค่ 2 วันเอง
แล้วคุณหมอก็บอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่ามาม๊าไม่น่าจะปวดก่อน
แต่พอมาม๊าลุกเดินจะไปเข้าห้องน้ำก็ปวดอีกจนก้าวเท้าไม่ออก
ชัวร์ป้าบ! เจ็บจริงไม่ใช่เจ็บเตือนแน่ๆ
ปะป๊าหน้าตาตื่นรีบวิ่งไปบอกอาม่า อากง อาโกว
วุ่นวายกันไปทั้งบ้าน
เพราะอาโกวต้องไปส่งอาม่ากับอากงที่ร้านแทนปะป๊า
ส่วนมาม๊าก็รีบเก็บกระเป๋าหนีตามปะป๊าไปโรงพยาบาล
โดยไม่ลืมจุ๊บลาพี่นนท์ที่ยังนอนก้นโด่งอยู่บนเตียงนอนอยู่เลย 555

โชคดีที่ปวดท้องแต่เช้ามืดและเป็นช่วงก่อนเปิดเทอม
ปะป๊ารีบบึ่งรถไปโรงพยาบาลแบบเกร็งๆ
เพราะได้ยินเสียงมาม๊านั่งร้องโอดโอยอยู่ด้านหลังทุกเกือบ 10 นาที
ไปถึงโรงพยาบาลตอนเกือบ 7 โมงเช้า
คุณยายมายืนรออยู่หน้าห้องคลอดแล้ว
มาม๊านั่งรถเข็นขึ้นไป
พอได้เห็นหน้าคุณยายก็ใจชื้นขึ้นเป็นกอง

พยาบาลให้เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปนอนวัดการบีบตัวของมดลูกที่ห้องรอคลอด
ปะป๊ากับคุณยายก็นั่งคุยกันเรื่องหุ้นอย่างเมามันที่ปลายเตียง
มาม๊าหูอื้อไปหมดเพราะปวดท้องทุก 5 นาทีแล้วตอนนั้น
นอนดูอาการอยู่ครึ่งชั่วโมงพยาบาลก็เดินเข้ามาบอกว่า
"มดลูกบีบตัวแรงมากเลยค่ะ
ถ้าต้องคลอดวันนี้จะเป็นอะไรมั้ยคะ"
มาม๊า : แล้วมันก่อนกำหนดมั้ยคะ ถ้าไม่ก็คลอดได้เลยค่ะ
พยาบาลก้มดูแฟ้มประวัติแล้วบอกว่า
"ตอนนี้ก็ 37 เกือบ 38 สัปดาห์ คลอดได้ไม่มีปัญหาค่ะ
แล้วถ้าคลอดวันนี้คุณแม่มีฤกษ์มั้ยคะ"
มาม๊า : ไม่มีค่ะ คลอดตอนไหนก็ได้ค่ะ
พูดไปก็นอนปวดจนตัวโยนต้องเอามือจิกเตียงไปด้วย
พยาบาลคงเห็นว่าอาการไม่ค่อยดีแล้วเลยรีบไปโทรหาคุณหมอ

ซักพักพยาบาลก็เดินกลับมาบอกว่า
"คุณหมอว่างตอน 10 โมงเช้า คุณแม่รอไหวมั้ยคะ"
มาม๊า : แล้วตอนนี้กี่โมงคะ
พยาบาล : 7 โมงครึ่งค่ะ
มาม๊า : ไม่ไหวอ่ะค่ะ กลัวจะคลอดก่อนคุณหมอมาค่ะ
พยาบาลรีบเดินกลับไปโทรศัพท์หาคุณหมอใหม่
มาม๊าได้ยินเสียงแว่วๆว่า
"10 โมงไม่ไหวค่ะคุณหมอ คนไข้ปวดมากแล้วค่ะ"
ซักพักพยาบาลก็เดินกลับมา
"คุณหมอจะมาทำคลอดให้ตอน 8 โมงครึ่งนะคะ
เดี๋ยวพอเตียงมาก็เตรียมตัวได้เลยค่ะ"
แล้วพยาบาลก็เอาเอกสารต่างๆมาให้มาม๊าเซ็นต์
พอเซ็นต์เสร็จเตียงก็มาพอดี
พยาบาลก็มาเจาะน้ำเกลือ โกนขน แล้วก็ให้ปะป๊าไปเปลี่ยนชุด
มาม๊าไม่ลืมบอกให้ปะป๊าถ่ายรูปให้ด้วย
ก็เลยได้รูป 2 รูปบนมาเป็นที่ระลึก
เห็นหน้ายิ้มๆยังงั้นอ่ะ
จริงๆปวดท้องแทบขาดใจนะนั่น 555
+++++
มาม๊าถูกเข็นไปห้องผ่าตัดในอีกอึดใจต่อมา
เห็นคุณหมอนพดลในชุดผ่าตัดกำลังยืนโทรศัพท์อยู่แถวๆหน้าห้องรอคลอดพอดี
ดีใจยิ่งกว่าถูกรางวัลที่ 1 อีกตอนเห็นหน้าหมออ่ะ 555
พอเข้าไปในห้องผ่าตัด
มาม๊าก็เขยิบตัวขึ้นเขียงทันที
คุณหมอสุวัฒนาซึ่งเป็นหมอดมยาก็มาบอกให้นอนตะแคงตัว
คุณหมอบอกว่ามดกัดหน่อยนะคะ มดตัวใหญ่หน่อยนะ
แล้วคุณหมอก็ฉีดยาบล็อคหลังให้
ตอนนั้นจำได้ว่าเจ็บแล้วก็ยังไม่ทันจะคิดอะไรต่อก็ไม่มีสติและไม่รู้สึกตัวไปแล้ว
มารู้สึกตัวอีกทีตอนที่ได้ยินหมอนพดลพูดว่า
"เดี๋ยวจะหน่วงๆที่ท้องหน่อยนะครับ"
แล้วมาม๊าก็วูบไปอีก
"อุแว๊ อุแว๊"
เสียงเด็กที่ไหนร้องเนี่ย....มาม๊าคิดในใจ
"ผู้ชายครับ" เสียงหมอนพดลพูด
"ผู้ชายเหรอครับ" เสียงปะป๊าพูดปนหัวเราะดังมาจากด้านหลังหัวมาม๊า
อ้าว...เสียงร้องเมื่อตะกี้ลูกเราเหรอเนี่ย 555
หมออรดี (หมอเด็ก) กำลังทำความสะอาดหนูอยู่
มาม๊าพยายามมีสติเพื่อจะดูซิว่าตอนหมอเย็บแผลจะรู้สึกยังไง
แต่มันกลับไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
แล้วคุณหมออรดีก็อุ้มหนูมาให้มาม๊าหอมและก็ถ่ายรูป
ความรู้สึกตอนนั้นคือโล่งอกที่ลูกเป็นผู้ชายตามคาดและก็ปกติดีทุกประการ

หลังจากถ่ายรูปนี้เสร็จ
ก็ได้ยินเสียงคุณหมอสุวัฒนาบอกว่าจะฉีดยาให้มาม๊าหลับ
นี่ขนาดยังไม่ได้ฉีดก็หลับๆตื่นๆจนนึกว่าเป็นเสียงลูกคนอื่นแล้วนะเนี่ย 555
+++++
มาม๊านอนไม่รู้สึกตัวไปอีกหลายชั่วโมง
ส่วนปะป๊าก็ตามหนูไปที่ห้อง NICU เด็กเพื่อถ่ายรูปหนูต่อ
วันนี้ปะป๊าทำหน้าที่ตากล้องได้ยอดเยี่ยมจริงๆ
ปกติจะให้ถ่ายแต่ละรูปแทบจะต้องกราบกันเลยนะเนี่ย 555
พอมาม๊าฟื้นจากฤทธิ์ยา
พยาบาลก็มากดที่แผลเพื่อให้เลือดที่ค้างอยู่ไหลออกมา
มาม๊ากลั้นหายใจเลยเพราะจำได้ว่าตอนคลอดพี่นนท์มันเจ็บมากๆ
แต่คราวนี้กลับไม่รู้สึกอะไรเลย
ที่แท้การใช้ยาสลบกับบล็อคหลังมันก็ต่างกันยังงี้นี่เอง
+++++
พยาบาลมาเข็นเตียงมาม๊าขึ้นห้องพักตอน 11 โมงกว่า
คุณตา คุณยาย ปะป๊า นั่งรออยู่ที่ห้องแล้ว
มาม๊าไม่มีอาการแพ้ยา แต่หัวมันยังมึนๆงงๆอยู่อีกเกือบชั่วโมง
มาม๊าได้เห็นหน้าหนูอีกทีตอนหัวค่ำ
พยาบาลเข็นเตียงหนูมาให้ดูดนมแม่
มาม๊าว่าหนูก็หน้าเหมือนพี่นนท์ตอนเกิดเป๊ะเลย
แตกต่างกันตรงที่หนูจมูกโด่งกว่าและผมเยอะกว่าหน่อย
และที่แน่ๆคือผิวขาว
ซึ่งคงเป็นข่าวดีที่สุดของน้าอ้อยแห่งบ้านแพะเนอะ 5555
+++++
คืนแรกผ่านไปแบบแทบไม่ได้นอน
พยาบาลจะเข้ามาเปลี่ยนขวดน้ำเกลือ วัดความดัน วัดไข้ เปลี่ยนผ้าอนามัย กันทั้งคืน
ส่วนหนูก็จะถูกเข็นมาหามาม๊าทุก 3 ชั่วโมงเพื่อให้ดูดนมแม่
ตัวมาม๊าเองน่ะไม่เป็นไรหรอก
สงสารก็แต่คุณยายที่พลอยไม่ได้พักผ่อนไปด้วย
แต่ยังไงในเวลาแบบนี้มาม๊าก็ต้องการคุณยายที่สุด
แล้วอีกหน่อยหนูจะรู้ว่า
แค่มี "แม่" อยู่ข้างๆมันทำให้เรามีความปลอดภัยทางจิตใจได้ขนาดไหน
|